เรื่องของ INVISALIGN ที่คนส่วนใหญ่ยังไม่รู้ Invisalign (อินวิซไลน์) หลายคนอาจจะรู้จักในชื่อ “จัดฟันใส” หรือ”จัดฟันดิจิตอล” ถูกคิดค้นขึ้นมาและเริ่มใช้ครั้งแรกเมื่อ 10 ปีที่แล้วได้ค่ะ หลายปีที่แล้วหมอฟันรู้จัก invisalign กันในฐานะเครื่องมือที่ใช้เคลื่อนฟันได้นิดๆหน่อย (minor tooth movement) หลังจากนั้น invisalign ก็มีการวิจัยพัฒนาปรับปรุงระบบและวัสดุที่ใช้ขึ้นมาเรื่อยๆจนปัจจุบันสามารถใช้ได้กับเคสที่ซับซ้อนได้ดีขึ้นและเป็นที่ยอมรับมากขึ้นในช่วงปีหลังๆมานี้

ในความเห็นส่วนตัว หมอคิดว่าถ้าไม่ติดเรื่องราคาที่สูงกว่าเครื่องมือประเภทอื่นม้ากกมาก (จริงๆแล้วในต่างประเทศ ถือว่าราคาพอๆกับจัดฟันด้วยเครื่องมืออื่นๆนะคะ ไม่ใช่ว่าเพราะ invisalign ถูกกว่าเรา แต่เพราะแค่จัดฟันด้วยเครื่องมือธรรมดาของเค้าก็แพงกว่าเรา 4-5 เท่าแล้ว) ก็เลยเป็นเรื่องน่าลำบากใจเวลาจะแนะนำเจ้าเครื่องมือตัวนี้ให้กับคนไข้ แต่สำหรับในคนที่ไม่มีปัญหาเรื่องค่าใช้จ่าย invisalign ถือเป็นทางเลือกนึงที่น่าสนใจอันนึงค่ะ บทความนี้น่าจะเป็นประโยชน์สำหรับคนที่ต้องการทำความรู้จักกับ invisalign

1) “Invisalign” VS. “Clear Aligner”

เคยเจอกระทู้ถามใน pantip ว่า Invisalign กับ Clear Aligner อะไรดีกว่ากัน? ความจริงคือ Invisalign = Clear Aligner ค่ะ
Clear Aligner นั้นเป็นชื่อเรียกของ “เครื่องมือจัดฟันแบบใส” ส่วน Invisalign นั้นเป็นชื่อยี่ห้อ ภายใต้ลิขสิทธ์ของบริษัท Align Technology ประเทศสหรัฐอเมริกา ด้วยความที่เป็นเจ้าแรกที่ทำ Clear Aligner ขึ้นมา และได้รับความนิยมกว่าแบรนด์อื่นๆ คำว่า “Invisalign” จึงน่าจะคุ้นหูกว่าคำว่า “Clear Aligner” สำหรับใครหลายๆคน พูดให้เห็นภาพก็เหมือนกับบะหมี่สำเร็จรูปมีหลายยี่ห้อทั้ง มาม่า ไวไว ยำยำ นิชชิน ถ้า Clear Aligner คือบะหมี่สำเร็จรูป invisalign ก็คือมาม่านั่นเอง

2) เคลื่อนฟันมาก-น้อย จ่ายต่างกัน

Invisalign แบ่งเป็นสามแบบสามราคา ตามปริมาณการเคลื่อนฟันมาก-น้อย ได้แก่ i7 lite และ full เมื่อเริ่มการรักษาแล้ว ปกติเราจะได้รับถาดจัดฟันแบบในรูป หรือที่เรียกว่า “Aligner” มาเป็นชุดๆเรียงมาเป็นซีรีย์เลยค่ะ โดยเราจะต้องใส่ Aligner ชุดละ 2 อาทิตย์ แล้วเปลี่ยนเป็นชิ้นถัดๆไปi7 = ใช้ aligner ไม่เกิน 7 ชิ้น ใช้เวลาในการรักษา 3-4 เดือนlite = ใช้ aligner 8-14 ชิ้น ใช้เวลาในการรักษา 6-7 เดือนFull = Unlimited aligner ใช้เวลารักษา 7 เดือนขึ้นไปราคาก็จะแตกต่างกันไป โดยทั่วไปเริ่มต้นที่ i7 จะประมาณ 70,000 บาท full ก็ 150,000 – 180,000 ส่วนราคา lite จะอยู่ประมาณตรงกลางระหว่าง i7 กับ full ค่ะ

3) ใครเป็นผู้วางแผนการรักษา ?

หลังจากที่ทันตแพทย์ส่งข้อมูลฟันของเราไปยัง Lab ของ Invisalign แล้ว ทาง Lab ก็จะสร้างภาพจำลองสามมิติการเคลื่อนฟันของเราตามคำสั่งที่ทันตแพทย์กำหนด ภาพการรักษาตัวนี้เราเรียกว่า “Clincheck” ค่ะ หลังจากนั้น Lab ก็จะส่ง Clincheck กลับมาให้หมอตรวจสอบ โดยทั่วไปแล้วในขั้นตอนนี้ก็มักจะยังไม่ได้ผลที่หมอพึงพอใจ โดยหมอจะสามารถเข้าไปปรับและแก้ไขแผนการรักษาเองได้ สรุปก็คือ ผู้วางแผนการรักษาคือ”ทันตแพทย์” ค่ะ บางคนเข้าใจผิดว่า invisalign เป็นการจัดฟันโดยคอมพิวเตอร์ ทำที่ไหนแผนการรักษาก็ออกมาเหมือนกัน ความจริงแล้วทันตแพทย์เป็นผู้ควบคุมแผนการรักษาโดยตรงเลยค่ะ ดังนั้นหมอต่างคนก็อาจจะมีแผนการรักษาต่างกันออกไป

4) ความเป็นจริงในมื้ออาหาร

จริงหรือที่ว่าจัดฟันใสแล้วจะทานอะไรก็ได้? หมอกำลังจะบอกว่าคำพูดข้างต้นเป็นจริงครึ่งนึงค่ะ Invisalign เป็นเครื่องมือจัดฟันที่คนไข้ถอดออกเองได้ ดังนั้นเวลาทานอาหารเราสามารถเคี้ยวโดยปราศจากเครื่องมือมากวนใจ ผิดกับเหล็กจัดฟันที่อาจจะมีเหล็กหรือลวดคอยเกี่ยวปากรบกวนเรา ทานเสร็จแล้วมีเศษอาหารติดตามซอกเหล็กและฟันได้ง่าย และยังต้องคอยเลี่ยงอาหารที่เคี้ยวยากหรือแข็ง เพราะอาจไปทำให้เหล็กจัดฟันหลุดอีกด้วย ความจริงอีกครึ่งนึงอยู่นอกมื้ออาหารค่ะ ด้วยความที่ต้องถอดเครื่องมือออกทุกครั้งก่อนทานอาหารนี้เอง ทำให้มีผลต่อคนที่ชอบทานจุบจิบระหว่างมื้อ เพราะการที่ต้องคอยถอดเครื่องมือเข้าๆออกๆทุกครั้งที่จะหยิบอะไรเข้าปากคงไม่สะดวกเลยใช่มั้ยคะ หรือสำหรับคอกาแฟที่ชอบจิบกาแฟเรื่อยๆทั้งวันก็จะลำบากหน่อย เพราะสีกาแฟอาจไปติดสีที่ aligner ได้ถ้าคุณเป็นคนกลุ่มที่ว่าข้างต้น Invisalign จะกระทบพฤติกรรมในการทานอาหารของคุณโดยตรงทันทีค่ะ แต่ข่าวดีคือถ้ากำลังคิดจะลดความอ้วนอยู่ เครื่องมือตัวนี้ก็เป็นตัวช่วยที่ดีให้กับคุณได้

5) ฟันปลอมระหว่างจัดฟัน

ในคนที่ต้องใส่ฟันหลังจัดฟัน หรือถอนฟันเพื่อจัดฟัน หากเป็นซี่ที่ยิ้มแล้วเห็นได้ชัดคงจะกังวลใช่มั้ยคะ ข่าวดีคือเราสามารถเติมซี่ฟันลงใน Invisalign ได้ค่ะ โดยทาง Lab จะดีไซน์ aligner เป็นรูปร่างฟันขึ้นมาในตำแหน่งที่หายไป และทันตแพทย์จะใส่วัสดุลงไปแทนที่ซี่ฟันนั้น ทำให้ยังยิ้มสวยได้ระหว่างจัดฟัน