ข้อตกลงใหม่เรื่องสหราชอาณาจักร (ยูเค) ออกจากสหภาพยุโรป (อียู) หรือเบร็กซิทที่อังกฤษและอียูเห็นพ้องกันในการประชุมสุดยอดอียูวานนี้มีประเด็นศุลกากรและภาษีที่แตกต่างไปจากข้อตกลงเดิมที่นางเทเรซา เมย์ อดีตนายกรัฐมนตรีอังกฤษเห็นพ้องกับอียูเมื่อปีก่อนและถูกรัฐสภาอังกฤษตีตกไปถึงสามครั้ง

ข้อตกลงใหม่ระบุว่า ยูเคทั้งหมดจะออกจากสหภาพศุลกากรอียู ทำให้ยูเคสามารถทำข้อตกลงการค้ากับประเทศอื่นได้ในอนาคต และในทางกฎหมายแล้วไอร์แลนด์เหนือที่เป็นส่วนหนึ่งของยูเคจะมีพรมแดนศุลกากรกับไอร์แลนด์ที่เป็นสมาชิกอียู แต่ในทางปฏิบัติแล้วจะเป็นพรมแดนศุลกากรระหว่างเกาะอังกฤษกับเกาะไอร์แลนด์ โดยมีด่านตรวจสินค้าที่ไอร์แลนด์เหนือ ยกเว้นบุคคลทั่วไปที่จะไม่ถูกตรวจกระเป๋าสัมภาระและไม่ต้องเสียภาษีการส่งสินค้าระหว่างสองเกาะนี้ ไอร์แลนด์เหนือจะยึดระเบียบการกำกับดูแลสินค้าตามตลาดร่วมอียูมากกว่ายูเค ดังนั้นพรมแดนระหว่างไอร์แลนด์เหนือกับไอร์แลนด์จะไม่มีเรื่องมาตรฐานสินค้าและการตรวจสอบความปลอดภัยเพราะถือว่าเป็นเขตกำกับดูแลทั่วทั้งเกาะ แต่พรมแดนระหว่างไอร์แลนด์เหนือกับเกาะอังกฤษจะมีการตรวจสอบ รัฐสภาไอร์แลนด์เหนือจะมีสิทธิลงมติระเบียบเหล่านี้แต่ต้องรออีก 4 ปี หลังจากช่วงเวลาเปลี่ยนผ่านสิ้นสุดลงในสิ้นปีหน้า ส่วนเรื่องภาษีมูลค่าเพิ่ม หรือแวต (VAT) ที่เก็บกับสินค้านั้น ไอร์แลนด์เหนือสามารถใช้อัตราที่แตกต่างจากเกาะอังกฤษและอาจใช้อัตราเดียวกับไอร์แลนด์เพื่อไม่ให้ฝ่ายใดเสียเปรียบจากอัตราภาษี

ประเด็นอื่น ๆ ในข้อตกลงใหม่ที่ไม่แตกต่างจากข้อตกลงเดิมได้แก่ เรื่องช่วงเวลาเปลี่ยนผ่านที่จะสิ้นสุดลงในสิ้นปีหน้าและสามารถขยายได้อีกหนึ่งหรือสองปีแต่ต้องได้รับความเห็นชอบจากทั้งยูเคและอียู เรื่องพลเมืองยูเคในอียูและพลเมืองอียูในยูเคจะมีสิทธิด้านที่อยู่อาศัยและสวัสดิการสังคมต่อไปหลังเบร็กซิท พลเมืองยูเคที่อยู่ในประเทศใดประเทศหนึ่งของอียูนานติดต่อกัน 5 ปีจะสามารถยื่นขอสิทธิพำนักถาวรได้ และเรื่องยูเคต้องชำระเงินสมทบอียูสำหรับปีงบประมาณนี้และปีงบประมาณหน้า คาดว่าอยู่ที่ 33,000 ล้านปอนด์ (ราว 1.28 ล้านล้านบาท)