คณะลูกขุนศาลแขวงรัฐบาลสหรัฐในนครนิวยอร์กมีมติให้นายวาคีน กุซแมน หรือ “เอล ชาโป” เจ้าพ่อค้ายาเสพติดชื่อกระฉ่อนชาวเม็กซิกัน มีความผิดจริงในคดีค้ายาเสพติด และอาจต้องรับโทษจำคุกตลอดชีวิต

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากนครนิวยอร์ก ประเทศสหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 12 ก.พ. ว่าคณะลูกขุน 12 คน แห่งศาลแขวงรัฐบาลกลางสหรัฐเขตบรูคลิน ในนครนิวยอร์ก มีมติเป็นเอกฉันท์หลังใช้เวลาพิจารณาหลักฐาน และสอบปากคำพยานมากกว่า 50 ปาก โดยใช้เวลานานเกือบ 3 เดือน ว่านายวาคีน กุซแมน หรือ “เอล ชาโป”  มีความผิดจริงในคดีค้ายาเสพติดทั้ง 10 กระทง ที่รวมถึงการเป็นหัวหน้าของ “ซีนาโลอา” ขบวนการค้ายาเสพติดรายใหญ่ที่สุดของโลก การจัดจำหน่ายโคเคน กัญชาและเฮโรอีน ลักลอบส่งเข้าสู่สหรัฐด้วยการขุดอุโมงค์ การฟอกเงิน และการครอบครองอาวุธปืนโดยไม่ได้รับอนุญาต

ทั้งนี้ ศาลมีกำหนดประกาศคำพิพากษาอย่างเป็นทางการในวันที่ 25 มิ.ย. นี้ ซึ่งนายริชาร์ด โดน็อกฮิว อัยการเขตนิวยอร์กตะวันออก เชื่อว่าบทลงโทษของกุซแมนน่าจะเป็นการรับโทษจำคุกตลอดชีวิตโดยไม่มีสิทธิ์ยื่นเรื่องของรับพิจารณาทัณฑ์บน ขณะที่นายเจฟฟรีย์ ลิชต์แมน ทนายความของกุซแมน ยังคงยืนกรานว่าลูกความของเขาคือ “แพะรับบาป” เพราะหัวหน้าแก๊งซีนาโลอาตัวจริงคือนายอิสมาเอล แซมบาดา หรือ “เอ มาโย” ยังคงหลบหนี และเขาจะยื่นอุทธรณ์อย่างแน่นอน ด้านกุซแมนมีสีหน้าเรียบเฉยตลอดระยะเวลาที่ผู้พิพากษาอ่านมติของคณะลูกขุน และระหว่างเดินออกจากห้องพิจารณาคดี กุซแมนเดินผ่านภรรยาคือนางเอ็มมา โคโรเนล ซึ่งน้ำตาซึม แต่ทั้สองฝ่ายยกนิ้วโป้งให้กัน พร้อมใช้มืออีกข้างวางบนหน้าอกด้านซ้าย

 มีรายงานด้วยว่า “หลักฐานสำคัญ” ที่คณะลูกขุนใช้พิจารณาเป็นพื้นฐานในการเอาผิดกุซแมน คือคำรับสารภาพจากอดีตสมาชิกแก๊งซีนาโลอามากกว่า 20 คนซึ่งเจ้าหน้าที่ปราบปรามยาเสพติดของสหรัฐ ( ดีอีเอ ) จับกุมได้ และบรรลุข้อตกลงกับฝ่ายสอบสวนเพื่อแลกกับ “บทลงโทษสถานเบา” โดยแต่ละคนให้ข้อมูลต่อศาล “อย่างหมดเปลือก” ว่ากุซแมนสร้างอาณาจักรยาเสพติดของตัวเองได้อย่างไร อย่างไรก็ตาม หนึ่งในคำรับสารภาพซึ่งยังคงเป็นที่ตกตะลึงต่อทุกฝ่าย คือการที่นายอเล็กซ์ ซิฟูเอนเตส อดีตผู้ช่วยของกุซแมน กล่าวว่าอดีตประธานาธิบดีเอ็นริเก เปญา เนียโต รับเงินจากแก๊งซีนาโลอารวมมากถึง 100 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ( ราว 3,200 ล้านบาท ) ตลอดระยะเวลา 6 ปีที่อยู่ในตำแหน่ง ซึ่งอดีตผู้นำเม็กซิโกยืนกรานปฏิเสธ

อนึ่ง การไต่สวนคดีของกุซแมนถือเป็นการพิจารณาคดีของพ่อค้ายาเสพติดครั้งใหญ่ที่สุด นับตั้งแต่ยุคของนายปาโบล เอสโกบาร์ พ่อค้ายาเสพติดชาวโคลอมเบีย แม้กุซแมนเคยถูกจับกุมได้ที่กัวเตมาลา เมื่อปี 2536 และรัฐบาลกัวเตมาลาเนรเทศกุซแมนกลับมารับโทษจำคุกที่เม็กซิโก แต่เจ้าตัวหลบหนีออกมาได้เมื่อปี 2544 ด้วยการซ่อนตัวอยู่ในรถส่งผ้าสำหรับซักรีด ก่อนที่ทางการเม็กซิโกตามจับกุมกุซแมนได้อีกครั้งเมื่อปี 2557 และนำตัวไปคุมขังอยู่ในเรือนจำความมั่นคงสูงของเม็กซิโก แต่หลังจากนั้นอีก 18 เดือน กุซแมนสามารถหลบหนีออกมาได้อีก จนถูกจับกุมได้เป็นครั้งที่ 3 เมื่อเดือนม.ค. 2559 และเม็กซิโกเนรเทศกุซแมนไปยังสหรัฐ